Bookmark and Share

สนุก ! ความรู้

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Facebook | นที สรวารี: โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง

Facebook | นที สรวารี: โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง

โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง

เคยนับเล่นๆ ดูไหมว่าเดินผ่านสนามหลวงปีหนึ่งกี่ครั้ง นั่งพักให้หายเหนื่อยกี่หน เชื่อแน่ว่าหลายคนใช้พื้นที่นี้เป็นทางผ่าน แต่อีกหลายร้อยชีวิต ท้องสนามหลวงเรียกได้ว่าเป็น “บ้าน” แม้จะมีคำถามอยู่บ้างว่าอะไรที่ทำให้คนเหล่านี้เลือกหันหลังออกจากครอบครัว ออกสู่ถนน เพราะความล้มเหลวเชิงนโยบายและโครงสร้างสังคม เพราะสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัดใช่หรือไม่ หรือเพียงเพราะพวกเขาต้องการมีพื้นที่แห่งความสุขเท่านั้น

คนมีสตางค์สามารถเจอะเจอเพื่อนใหม่ๆ ได้ตามผับ เธค บาร์ หรือร้านอาหาร แล้วนั่งดริงก์สร้างสัมพันธ์ แต่คนยากคนจนมักจะมีที่พบปะเป็นริมถนน คนละกั๊กคนละแบนก็มีความสุข เฮฮากัน ทว่าบางคนถูกพันธนาการด้วยคำสัญญาที่หวังว่าเพื่อนจะมาหาอีก จากวันเป็นเดือน จนเคลื่อนเป็นปี กระทั่งเสพติดกับพื้นที่จนกลายเป็นคนสนามหลวงอย่างเต็มตัว

**เสน่ห์และความจริงที่สนามหลวง

สำหรับผู้ชายคนหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดในบริเวณสนามหลวงเมื่อ 3 ปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้ทำงานกับกลุ่มคนไร้บ้านในพื้นที่สนามหลวงและคลอง หลอดอย่างจริงจัง...

นที สรวารี หรือ ครูเอ็กซ์ ในฐานะนายกสมาคมกิจกรรมสร้างสรรค์อิสรชน เล่าย้อนไปในคืนที่ฟ้าห่มผ้าลายดวงดาวขาว-ดำเมื่อ 3 ปีก่อนว่า หลังจากเหนื่อยอ่อนจากการลงพื้นที่ทำงานกับเด็กเร่ร่อนในต่างจังหวัดแล้ว แวะพักเหนื่อยที่สนามหลวงและเผลอหลับขณะที่ข้าวของอย่างโทรศัพท์มือถือ ตลอดรวมถึงกระเป๋าสตางค์ยังวางแบะที่หน้าอก คำพูดที่ว่าหากมาสนามหลวงของมีค่าหายไม่มีเหลือแน่เหมือนจะปลุกให้ตนเอง ตื่นขึ้นมา

แต่สิ่งที่ เห็นเมื่อลืมตาพบก็คือมีชายแก่คนหนึ่งนั่งพัดปัดยุงและจุดยากันยุงให้ นี่เองทำให้ค้นพบคำตอบและอยากจะบอกให้คนอื่นๆ ได้เห็นแบบเดียวกันว่า นี่คือเสน่ห์เล็กๆ ของอีกมุมเมือง หากแต่ใส่ใจดูสักเพียงนิด

“สถานการณ์ของคนสนามหลวงตอนนี้จะมีตั้งแต่กลุ่มคนที่มีบ้านแต่ไม่ อยากอยู่เพราะไม่มีความสุข อีกกลุ่มหนึ่งคือครอบครัวมีฐานะ แต่อาจจะเหงา เมื่อเขามาแถวนี้แล้วพบว่าคนที่นี่มีความเอื้อเฟื้อในความรู้สึกของเขา อาจจะด้วยการพูดคุย ร้องเพลงเฮฮา ก็ตัดสินใจมาอยู่ นอกจากนี้ยังมีคนที่เข้ามาทำงานแล้วถูกหลอก ไม่รู้จะไปไหน สนามหลวงก็เป็นที่พักสุดท้าย”

“คน ที่ใช้พื้นที่คลองหลอดสนามหลวงมี 2- 3 ส่วนคือกลุ่มของผู้ขายบริการทั้งผู้หญิงและผู้ชายตลอด 24 ชั่วโมงมี 800-1,000 คน คนเร่ร่อนไร้บ้านมีไม่น้อยกว่า 50-80 ครอบครัว โดยเฉลี่ยแล้วจะมีคนเร่ร่อนในละแวกนี้ไม่น้อยกว่า 200-300 คน ยังไม่รวมถึงคนที่มาแบบเดี่ยวๆ รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 500 คน ตัวเลขค่อนข้างเยอะและไม่นิ่งตายตัว” ครูเอ็กซ์เล่า

**เรียนรู้ชีวิตจากครูข้างถนน

ครูเอ็กซ์บอกว่า ในระยะแรกๆ สมาคมฯ เข้ามาช่วยเหลือกลุ่มคนในพื้นที่คลองหลอดสนามหลวงให้ห่วงใยสุขภาพและคุณภาพ ชีวิตมากขึ้น จากนั้นเริ่มส่งครอบครัวเร่ร่อนให้ได้กลับบ้าน ทั้งระดมทุนให้เดินทางกลับเอง ติดต่อญาติให้มารับ หรือประสานงานกับนายจ้างเพื่อหาวิชาชีพให้

ขณะเดียวกันสมาคมฯ พยายามที่จะผลักดันและเปิดโอกาสกับทุกคนในสังคมที่อยากใช้เวลาว่างเรียนรู้ รูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากปกติวิสัย โดยการสมัครเป็นอาสาสมัคร ใช้เวลาหนึ่งวันตั้งแต่เช้าจดค่ำลงพื้นที่บริเวณคลองหลอดสนามหลวง ศึกษาการใช้ชีวิตร่วมกับกลุ่มคนไร้บ้าน คนอิสรชนเรียกกิจกรรมนี้ว่า “โรงเรียนข้างถนน”

“ไม่ต้องมานอนค้าง แค่มาเรียนรู้มากินข้าวแกงจานละ 10 บาทข้างถนนกับคนสนามหลวง มาเป็นผู้สังเกตการณ์ด้วยความสงบ ปราศจากอคติ บางคนอาจจะตั้งคำถามก็ได้ว่าทำไมคนกลุ่มนี้จึงต้องดื่ม พวกเขาพูดเรื่องอะไรกัน บรรยากาศการพูดคุยเป็นอย่างไร แล้วจะพบว่าคนเล็กๆ กลุ่มนี้ แม้ภายนอกจะดูคล้ายกับคนกร้าวร้าว น่ากลัว แต่จริงๆ แล้วมีความเกื้อกูลกันแฝงอยู่ ซึ่งนี่เองคือสิ่งที่อิสรชนเพียรบอกกับอาสาสมัคร ซึ่งมีทั้งนักศึกษา นักเรียน และคนทำงาน” ครูเอ็กซ์ของชาวสนามหลวงให้ภาพ

**เปิดใจนักเรียนข้างถนน

และวันที่บรรดาครูผู้ยึดคลองหลอดเป็นบ้านจะเปิดประตูต้อนรับนักเรียนที่จะมาศึกษาบทเรียนชีวิตจากพวกเขาก็มาถึงอีกครั้ง...

“ตอนแรกก็กลัวเลยแหละ แต่พอได้เข้ามาคุยก็รู้สึกดีขึ้น เห็นว่าชีวิตเขาเจออะไรที่โหดร้ายมาเยอะ แต่ว่าก็ยังไม่สนิทใจเพียงพอที่จะกล้ามาเดินแถวสนามหลวงคนเดียว...” นี่คือคำกล่าวของ ติ๊ก-สุดาวรรณ ผาสุข นักศึกษาปริญญาโท สาขานิเทศศาสตร์พัฒนาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันนี้ติ๊กมาลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลคนเร่ร่อน เธอบอกว่าเพิ่งจะมาคลองหลอดสนามหลวงอย่างจริงจังเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น ความหวาดหวั่นผ่านคำบอกเล่าจึงมีอยู่ให้เห็น ทว่าแววตาที่มองไปยังคนเร่ร่อนไร้บ้านก็ยังมีความอาทรแฝงอยู่นัยน์ตาคู่ นั้นเช่นกัน

“ครั้งนี้มาศึกษาข้อมูลการกลับบ้านของคนเร่ร่อน แล้วก็ได้ข้อคิดดีๆ กลับบ้านไปด้วย เมื่อฟังคนเร่ร่อนได้เล่าเรื่องตัวเอง รู้สึกว่าพวกเขามีความภูมิใจในตัวเองที่อย่างน้อยยังมีคนรับฟังเรื่องราว ทั้งดีหรือไม่ดีของพวกเขา เพราะอย่างน้อยก็ก่อให้เกิดความรู้สึกว่า ตัวเองพอจะมีประโยชน์ต่อคนอื่นอยู่บ้าง” นักศึกษาปริญญาโทพูดเมื่อเราเดินผ่านกลุ่มคนไร้บ้านออกมา

อัจฉรา อุดมศิลป์ หรือ น้องจ๊ะจ๋า นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในอาสาสมัครที่คุ้นเคยกับคนสนามหลวงเป็นอย่างดี เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นที่ได้มาลงพื้นที่ว่า ได้เข้ามาฝึกงานตั้งแต่เรียนปี 2 ในครั้งแรกที่ได้เจอกับกลุ่มคนไร้บ้านจะรู้สึกกลัว เกรงว่าจะมีอันตราย ครอบครัวก็ไม่เห็นด้วยกับการลงมาทำงานกับคนกลุ่มนี้ แต่เมื่อได้มาสัมผัสในทุกด้านแล้ว ความเกรงกลัวถูกทลายด้วยรอยยิ้มของคนคลองหลอด-สนามหลวง

“พี่ ที่สมาคมอิสรชนรับรองความปลอดภัยให้ แต่ภาพในความคิดของเรามันยังอันตรายอยู่ แม่ก็เป็นห่วง วันแรกที่มาเกรงๆ กลัวๆ ไม่รู้จะพูดหรือทำอะไรไป ถ้าผิดแล้วจะถูกทำอะไรรึเปล่า แต่พอได้ลงพื้นที่บ่อยๆ ก็พบว่าคนไร้บ้านก็มีความน่ารัก มีเสน่ห์ บางทีเราก็ได้ข้อคิดจากพวกเขา เพราะเขาผ่านอะไรมามาก ทำให้เราหันกลับไปมองตัวเองมากขึ้น มองคนที่เรารักที่บ้านมากขึ้นว่าเคยทำผิดอะไรหรือเปล่า เพราะบางเรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ทำให้บางคนสะเทือนใจจนเป็นแรงผลักให้ออกมาเป็นคนเร่ร่อนก็ได้”

จ๊ะจ๋า เล่าว่า เมื่อเธอหายไปและกลับมาเยี่ยมคนเหล่านี้อีกครั้ง จะมีคำไถ่ถามเช่นญาติผู้ใหญ่ที่ทักทายลูกหลาน บ้างก็ว่าผอมลง อ้วนขึ้น แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ฟัง

“การได้มาเยี่ยม มาคุย ทำให้เห็นว่าคนไร้บ้านอยู่อย่างไร กินอย่างไร ใครไม่สบาย หรือต้องการความช่วยเหลือ เวลาที่ได้กินอาหารดีๆ ก็จะนึกถึงเขา เห็นอะไรก็จะเอาไปเล่าให้แม่ฟัง ปรับทัศนคติที่บ้านได้ด้วย จากที่เขารู้สึกไม่ดีก็ไม่ได้ดูถูกหรือเกลียดชังแล้ว”

จ๊ะจ๋าทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกว่า อย่ามองคนแต่เพียงภายนอก จริงอยู่ว่าคนกลุ่มนี้มีส่วนหนึ่งที่เกเร แต่ในสายตาคนนอกต้องเข้าใจว่าชีวิตของพวกเขาอาจจะผ่านสิ่งที่เลวร้ายอย่าง ไม่น่าเชื่อมา จึงต้องมีเกราะป้องกันตัวเองให้ดูเข้มแข็งจนบางครั้งดูกร้าวร้าว หากได้มาลองฟังเรื่องของพวกเขาเพียงสักครั้งจะทำให้ยอมรับในการต่อสู้ชีวิต และหวนคิดว่าหากเป็นเราจะสู้ได้เท่าที่เขาสู้หรือไม่

และกลุ่มสุดท้ายที่ร่วมลงพื้นที่สนามหลวงคลองหลอดครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้น ม.5 จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง น้องลูกน้ำ-พรทิวา แก้วนาเคียน ตัวแทนเพื่อนๆ อีก 10 คนเล่าว่า เริ่มเก็บข้อมูลและขอลงพื้นที่กับกลุ่มอิสรชนตั้งแต่ช่วงปีใหม่ แต่ยังไม่กล้าลงมาพูดคุยอย่างกล้าหาญเช่นครั้งนี้

“ครั้งแรกเราก็ไม่ได้คุยกับใครเพราะเราก็เหมือนคนแปลกหน้าสำหรับเขา เขาไม่ไว้วางใจ เราก็กลัว แต่ว่าพอมาคุยกับป้าๆ ที่นี่ รู้สึกว่ารักแม่มากกว่าเดิม ถ้ามีครอบครัวถ้าไม่เอาใจใส่ก็จะเจอสภาพปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้น และถ้าเอาใจใส่มากไปเขาก็อาจจะอึดอัดจนหนีออกมาก็ได้ ทุกอย่างต้องอยู่บนความพอดี เห็นได้ชัดว่าทัศนคติของพวกเราเปลี่ยนไป เข้าใจมากขึ้นว่าคนเร่ร่อนบางคนมีความจำเป็นที่จะต้องมาอยู่ที่นี่ พวกเขาคงไม่มีความสุขเท่าไหร่นัก แต่ที่นี่คงปลอดภัยสำหรับเขาจริงๆ” น้องลูกน้ำพูดยิ้มๆ

**คำให้การคนไร้บ้านบางส่วนเสี้ยว

ณ วันนี้ตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมา กลุ่มสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชนได้ประสานงานให้คนเร่ร่อนได้กลับบ้านไปแล้ว 9 ครอบครัว ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับรายงานว่าจะหวนกลับมาที่คลองหลอดสนามหลวงอีก แต่มีบางครอบครัวที่หวนกลับมาใช้ชีวิตในพื้นที่นี้อีก เนื่องจากพวกเขาสูญเสียแก้วตาดวงใจไป

โจ้ และ อุ้ม หนุ่มสาวชาวสกลนครหน้าซื่อ ร่างกายของโจ้ผอมกะหร่อง สองขาที่ดูไร้เรี่ยวแรงยืนขายภาพวาดให้กับผู้มาถวายสักการะสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เขากลับมาเป็นคนสนามหลวงอีกครั้งหลังจากที่ลูกสาววัย 4 เดือนเสียชีวิตด้วยไข้มาลาเรีย หลังจากตัดสินใจลาขาดสนามหลวงเพื่อไปทำงานที่กระบี่ แต่จนแล้วจนรอดเขาและภรรยาก็หนีวงเวียนนี้ไม่พ้น วันนี้โจ้บอกว่าเขาอยากจะเก็บเงินให้ได้เพียงพอที่จะจับรถไปกระบี่แล้วไปขอ ใบมรณะบัตรลูกสาว แล้วค่อยไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อใด

ป้าพร อดีตสาวเชียงใหม่ที่วันนี้ตั้งหลักปักฐานบนพื้นที่คลองหลอดไปแล้วเต็มตัว ใบหน้าที่มีเค้าโครงความงามเมื่อครั้งสาวรุ่น เล่าด้วยน้ำตานองหน้าถึงอดีตที่ผ่านมา การระเห็จออกจากบ้านไปอยู่อุดรธานีตั้งแต่แรกสาว 18 เพราะความรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมในครอบครัว ป้าพรตัดสินใจขายบริการ จนกระทั่งได้พบพ่อของลูกสาว 2 คนในปัจจุบัน หลังจากสามีเสียชีวิต และอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ป้าพรกลายเป็นคนเร่ร่อน และป้าพรก็เป็นคนหนึ่งที่กลับบ้านแล้วกลับมาอีก

“ป้า เลิกขายบริการเพราะสามีที่ดี เราสองคนย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ และเลี้ยงลูกสาว 2 คนจนโต วันนี้ลูกสาวคนโตทำงานในบริษัทเอกชน คนเล็กเรียนปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เวลาที่นักเรียนมาเยี่ยม เอาขนมหรือหายามาให้ทำให้เราคิดถึงลูกนะ แต่ว่าถ้าเราไปอยู่ที่บ้านมันก็ไม่มีความสุข เพราะเขารักเรามากเกินไป ต้องกินเหมือนลูก ไปไหนกับลูก เวลาเขาไปทำงานเขาก็จะล็อกประตูจากด้านนอก ป้าไปไหนไม่ได้ มันเหงา สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาอีก วันนี้ยังอยากให้ลูกมาเยี่ยมบ้าง แต่ถามว่าจะให้กลับไปอยู่ด้วยอีกไหม ยังไม่รู้ เพราะอยู่นี่ป้าก็มีความสุขดี” มือหนึ่งปาดน้ำตา อีกมือหนึ่งป่ายเปะปะหาที่ยึดเหนี่ยวพอให้ร่างซูบผอมนั้นมั่นคง

ครอบครัวล่าสุดที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านคือ พี่นางและน้องดา-ลูกสาว เด็กหญิงวัย 2 ขวบกว่า กว่าขวบปีที่ครูเอ็กซ์กล่อมให้พี่นางกลับบ้าน โดยใช้อนาคตลูกเป็นแรงขับให้การตัดสินใจกลับบ้านง่ายขึ้น

“เราจากบ้านมา 10 กว่าปีแล้ว กลัวว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องจะไม่รับลูกสาวเรา ลำพังตัวเองจะโดนอย่างไรไม่กลัว แต่ลูกเรายังเด็ก อยู่ที่สนามหลวงก็ไม่ดีกับเขา แต่ถ้ากลับบ้านเราก็ไม่แน่ใจ”

คำสารภาพด้วยสำนึกผิดออกจากปากสาวอุดรธานีไม่ขาดสาย ก่อนหน้านี้พี่นางก็ทำงานรับจ้างเรื่อยมา จนมีเหตุให้ต้องมาอาศัยที่คลองหลอดเมื่อ 4 ปีมาแล้ว ถ้าหากไม่มีอนาคตของลูกสาวมาโหมให้ความคิดถึงบ้านให้กรุ่นขึ้นมา พี่นางก็ยังจะเป็นคนพื้นที่นี้เรื่อยไป

“คนที่นี่รักลูกเรามาก เอ็นดู ลุงๆ ป้าๆ ก็เตือนว่าถ้าปล่อยให้น้องดาโตที่นี่ ไม่ช้าเขาก็จะกลายเป็นคนสนามหลวงเหมือนเรา ปัญหามันก็จะไม่สิ้นสุดเสียที วันนี้น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับน้องดา” สิ้นคำพูดนั้นรถก็วิ่งออกไป ปลายทางอยู่แห่งไหนคงเป็นเรื่องของคนภายในรถที่จะบอกได้ หากแต่คนนอกเห็นว่าสองแม่ลูกได้หันหลังให้สนามหลวงแล้ว

**คืนสถานะทางสังคม ช่วยยาใจคนไร้บ้าน

นที บอกว่าตั้งแต่เริ่มมีอาสาสมัครมาลงพื้นที่ เห็นได้ชัดว่ามีการเกื้อกูลในสังคมเล็กๆ การที่อาสาสมัครมานั่งคุยกับคนเร่ร่อนในเสื่อผืนเดียวกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถเรียกความเป็นมนุษย์ของคนไร้บ้านกลับมาได้ พวกเขาจะไม่รู้สึกต่ำต้อยกว่าคนอื่น เป็นวิธีการที่ใช้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบ้านมาสร้างแรงบันดาลใจให้คนกลุ่ม นี้อยากกลับบ้าน เมื่อมีคนมาถามบ่อยๆ ว่า “บ้านอยู่ไหน?” หรือพูดว่า “กลับบ้านแล้วนะ” ตามหลักธรรมชาติเชื่อว่าจะสร้างความคิดถึงบ้านให้พวกเขาได้

“การเรียกสถานภาพทางสังคมให้เขาด้วยการไหว้ มีนักศึกษา นักเรียนมาให้ความเคารพทำให้คนที่เคยแต่โดนก่นด่า ถ่มน้ำลายรดหน้า ถูกตราหน้าว่าเป็นคนจน ขอทาน ไร้ค่า จากที่เป็นไอ้ หรือ อี แต่ ณ วันหนึ่งมีคนมานั่งคุยคำว่าพี่ ป้า น้า อา กลับมาอีกครั้ง เขากลายเป็นคนมีตัวตนอีกครั้งตามเสียงเรียกของเด็กๆ นี่เป็นการกู้ศักดิ์ศรีของคนไร้บ้านได้ง่ายๆ จากการพูดคุย หรือแบ่งปันด้วยความอ่อนน้อม การยกมือไหว้ในฐานะที่เขามีวัยวุฒิที่สูงกว่าเพียงเท่านี้เขาก็มีความสุข และเราก็จะรู้สึกมีความสุขด้วย”

นอกจากนี้ นายกสมาคมกิจกรรมสร้างสรรค์อิสรชนยังเสนอแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ สำหรับคนเร่ร่อนไร้บ้านว่า สำหรับคนที่ไม่มีบ้านรัฐจะต้องเพิ่มทางเลือกให้คนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้มีอาชีพหรือเข้าไปในความดูแลของรัฐ โดยหาเงื่อนไขที่จะทำให้เขาละเมิดกฎหมายน้อยที่สุด เพราะตนเชื่อว่าอย่างไรคนไร้บ้านยังสามารถสื่อสารกับรัฐได้

“คน ที่มาใช้พื้นที่สนามหลวงเป็นที่หลบร้อน หลบฝน ใช้พื้นที่คลองหลอดหลบเลียแผลใจ ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด หลายคนถูกเอาเปรียบจากสังคม ถูกโกง นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ยึดบัตรประชาชน ถูกล้วงกระเป๋า จนทำให้เป็นคนไม่มีเอกสารพิสูจน์ตัว เพราะฉะนั้นหากจะมีรถเคลื่อนที่สักคันเพื่อที่จะสำรวจการมีตัวตนอยู่ของคน เร่ร่อนและทำบัตรประชาชนให้ใหม่ เพื่อที่เขาจะได้มีสิทธิ์รับบริการจากรัฐได้เฉกเช่นคนทั่วไป” นทีกล่าวทิ้งท้าย

************************

เรื่อง /ภาพ : กองทรัพย์ ชาตินาเสียว
โดย ผู้จัดการรายวัน 26 กุมภาพันธ์ 2551 07:27 น

อีกมุมในปี 2549
http://www.facebook.com/#!/notes/nthi-sr-wari/rongreiyn-khang-thnn-khn-snam-hlwng/291007002862

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Pantip.com IT News - มูลนิธิซอฟท์แวร์เสรีเปิดเวบไซต์ต่อต้านวินโดวส์ 7

จาก: <Pantip_IT_News@www2.pantip.com>
วันที่: สิงหาคม 28, 2009 5:00 ก่อนเที่ยง
หัวเรื่อง: Pantip.com IT News - มูลนิธิซอฟท์แวร์เสรีเปิดเวบไซต์ต่อต้านวินโดวส์ 7
ถึง:


 

ประจำวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552

 

 
มูลนิธิซอฟท์แวร์เสรีเปิดเวบไซต์ต่อต้านวินโดวส์ 7
องค์กร NGO ยักษใหญ่แห่งโลกคอมพิวเตอร์ประกาศต่อต้านและเปิดเวบไซต์โจมตีระบบปฎิบัติการณ์ตัวใหม่วินโดวส์ 7.....
อ่านต่อ source:techspot
Razor ประกาศจำหน่าย Gaming Gear Series "Starcraft"
ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เกม Rzor จับมือกับค่าย Blizzard ออกจำหน่ายสินค้าฮาร์ดแวร์เล่นเกมจากซีรีย์ Starcraft .....
อ่านต่อ source:Pantip.com
 
 
โนเกียเปิดตัวบริการธุรกรรมทางการเงินใหม่บนโทรฯมือถือ
 

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โนเกีย บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก ได้ทำการเปิดตัวบริการธุรกรรมทางการเงินใหม่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือที่มีชื่อเรียกว่า Nokia Money เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ในการชำระเงินหรือโอนเงินต่างๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาไปถึงธนาคารหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสต่างๆ.....

  top | อ่านต่อ source:CNET
 
 
ไมโครซอฟท์แถลงขอโทษการตัดต่อภาพชายผิวสีออกจากรูปโฆษณา
 

ไมโครซอฟท์ประกาศเเถลงการยอมรับและเสียใจต่อการตัดต่อภาพเชิงเหยียดสีผิวในเวบไซต์ของตน.....

  top | อ่านต่อ source:foxnews.com
 
 
Apple เตรียมเปิดตัว iPod ใหม่ 9 กันยายนนี้
 

ภายหลังจากที่มีข่าวลือเกี่ยวกับกำหนดการจัดงานประจำปีของ Apple ออกมาเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดตัวแทนจาก Apple ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะมีการจัดงานเปิดตัว iPod เวอร์ชั่นปี 2009 ในวันพุธที่ 9 กันยายนนี้อย่างแน่นอน.....

  top | อ่านต่อ source:AppleInsider


Review : Logitech Z 5
โดย คุณ SaChaz
"Review : Logitech Z คุณภาพเสียงที่เทียบเทียมรูปลักษณ์..." (อ่านต่อ)

เผยโฉมหน้า Nokia Booklet 3G
โดย PANTIP.COM(Tech-Exchange)
"จากที่มีข่าวออกมาว่า Nokia บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายยักษ์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่อยู่ เริ่มมาสนใจที่จะผลิต Netbook ออกจำหน่ายตามกระแส netbook ..." (อ่านต่อ)

มาใส่รูปพื้นหลังหน้าจอ Log in และ Shutdown กัน
โดย คุณ DKDC(Tarpae_Mit@Hotmail.com)
"หลังจากได้ตอบกระทู้ http://www.pantip.com/tech/hardware/topic/HP2810607/HP2810607.html โดยตัดเอาเนื้อหาบางส่วนจากในหนังสือ(ขอไม่เอ่ยชื่อหนังสือนะครับ เกรงว่าจะกลายเป็นการโฆษณาแฝง)ที่เขียนไว้มาตอบเลยจะได้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ (สำนักพิมพ์คงไม่ว่านะครับ) คิดไปคิดมาน่าจะเป็นประโยชน์กับอีกหลายๆคนที่สนใจอบากจะเปลี่ยนภาพพื้นหลัง ..." (อ่านต่อ)

-= Review =- Microlab Solo7C ลำโพง PC ระดับ Hi-Fi
โดย คุณ G-7
" ตัว Solo 7C นี่บังเอิญผมได้รับความอนุเคราะห์จากทาง Exmory ที่ให้ยืมมาทดสอบ หลังจากที่ผมพยายามตื้อขอลอง Solo 6c อยู่หลายวั..." (อ่านต่อ)

FreeZ Online TV v1.20 โปรแกรมดู "FREE TV " Online ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก FREE!
โดย คุณ FREE HEAD
">>> FreeZ Online TV v1.20 โปรแกรมดู "FREE TV " Online ผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก FREE! สำหรับในบทความนี้ผมขอนำเสนอโปร..." (อ่านต่อ)



ค้นหาข่าวเก่า  

ส่งคำแนะนำติชมได้ที่ : pat@pantip.com
ถ้าท่านเห็นว่าจดหมายข่าว IT ของเรามีประโยชน์ช่วยกรุณาส่งต่อไปให้เพื่อนๆด้วยครับ
สมัครสมาชิกจดหมายข่าวไอที Pantip.com
E-mail :
subscribe unsubscribe
  ส่วนที่น่าสนใจส่วนอื่นๆใน TechXchange

Gadget Internet Mac
เครื่องเล่น MP3, MP4, หูฟัง, headphone amp พูดคุยเรื่องใช้งานอินเตอร์เน็ต adsl bittorrent msn PDA
iPhone ปัญหาทางเทคนิคของอินเตอร์เน็ต Electronics
GPS webhosting &ISP ข่าวไอที เทคโนโลยี
ซื้อ-ขาย เครื่องเล่น MP3, MP4, หูฟัง, headphone amp Games บทความน่ารู้ สาระต่างๆ
คอมพิวเตอร์มือใหม่ เกมคอมพิวเตอร์ PC แนะนำสินค้าใหม่
Hardware PlayStation 2 ราคาคอมพิวเตอร์
ปรีกษาขอข้อมูลเดสท๊อป โน๊ตบุ๊ค อุปกรณ์ต่างๆ PlayStation 3 ราคาโน๊ตบุ๊ค
ปัญหาฮาร์ดแวร์ เดสท๊อป โน๊ตบุ๊ค อุปกรณ์ต่างๆ Xbox 360 ราคา MP3
อัพเกรด เดสท๊อป โน๊ตบุ๊ค Wii ราคาหูฟัง
Software PSP ราคากล้องดิจิตอล
พูดคุยเรื่องซอฟท์แวร์ Nintendo DS สมัครรับข่าวไอที
เกี่ยวกับ OS, windows, Linux ,Unix เกมออนไลน์ RSS feed
ปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์ โทรจัน มัลแวร์ Developer  
ดาวน์โหลดโปรแกรม ฟรีแวร์ ComSci  
 
Pantip.com | Pantip.com/tech | Pantipmarket.com



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com